Categories
News

สาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบ

สาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบ คนเราปกติหายใจประมาณ 14-20 ครั้งต่อนาที ลองคิดดูว่าวัน ๆ หนึ่งเราต้องหายใจเข้าปอดกี่ครั้ง แล้วอากาศที่เราหายใจเข้าไปนั้นคุณแน่ใจได้หรือไม่ว่ามันจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของคุณ เพราะปอดเป็นอวัยวะที่สำคัญมากในร่างกายของมนุษย์ โดยทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซเข้าออก และยังเป็นอวัยวะที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคมากที่สุด โดยโรคในปอดที่พบได้บ่อยคงหนีไม่พ้น “โรคปอดอักเสบ หรือปอดบวม”

โรคปอดอักเสบคืออะไร

โรคปอดอักเสบ (pneumonitis) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ปอดบวม” นั่นเอง เป็นโรคของการอักเสบในเนื้อปอด ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจ มักพบในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีความต้านทานต่ำ โรคนี้นับว่าเป็นสาเหตุการตายของคนที่มีต่ำกว่า 5 ปีอันดับหนึ่งเลยทีเดียว

ความรุนแรงของโรคปอดอักเสบ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สุขภาพของผู้ป่วยและชนิดของโรค ในบางรายอาการของผู้ป่วยอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในกลุ่มผู้สูงอายุ อาการอาจแสดงไม่ชัดเจนอย่างไรก็ตาม หากไม่ทำการรักษาให้ทันท่วงที หรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การวินิจฉัยปอดอักเสบ
แพทย์จะวินิจฉัยปอดอักเสบโดยอาศัยอาการทางคลินิก การตรวจร่างกาย และภาพถ่ายรังสีทรวงอก การตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคและแยกเชื้อที่เป็นสาเหตุ ได้แก่ การตรวจนับเม็ดเลือดขาวในเลือด การเพาะเชื้อเลือด การตรวจย้อมเสมหะและส่งเสมหะเพาะเชื้อ การตรวจ biomarkers ได้แก่ procalcitonin และ C-Reactive Protein (CRP) ที่ช่วยบ่งชี้เชื้อก่อโรคและความรุนแรงของการติดเชื้อ ส่วนการตรวจ polymerase chain reaction (PCR) for respiratory viruses และ atypical pathogens จากเสมหะ และการตรวจ pneumococcal antigen และ legionella antigen จากปัสสาวะ อาจพิจารณา ในที่ที่สามารถส่งตรวจได้ เป็นต้น ตรวจวัดออกซิเจนในเลือดเพื่อประเมินความรุนแรงของโรค

การรักษาปอดอักเสบจากการติดเชื้อ
ประกอบด้วย

– การรักษาจำเพาะ โดยการให้ยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็วและเหมาะสม โดยพิจารณาจากอายุ โรคประจำตัว ภาวะภูมิคุ้มกัน ประวัติการเดินทางต่างประเทศ และสภาพแวดล้อม และประวัติการได้รับยาปฏิชีวนะมาก่อนภายใน 3 เดือน รวมถึงประวัติที่อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อดื้อยา

– การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ สำหรับผู้ป่วยปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส และเชื้ออื่นๆ ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ยาลดไข้ ยาละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ให้ออกซิเจน และทำกายภาพบำบัดทรวงอก

– การรักษาภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ เกิดฝีในปอด หรือเกิดภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดที่จำเป็นต้องเจาะหรือดูดออก ในรายที่อาการรุนแรงมากอาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต จำเป็นต้องใส่ท่อเข้าหลอดลมร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ และดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต

วัคซีนปอดอักเสบ

การป้องกันโรคปอดอักเสบที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก และผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพราะเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ โดยวัคซีนป้องกันปอดอักเสบจะมี 2 ชนิดคือ ชนิด 13 สายพันธุ์ และ 23 สายพันธุ์ ควรฉีดห่างกันอย่างน้อย 2 เดือนจะทำให้สามารถป้องกันเชื้อปอดอักเสบได้นานถึง 5 ปี