Categories
News

ทรงคุณค่า! ประมูลรัฐธรรมนูญสหรัฐ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก เคาะราคาที่ 41 ล้านดอลลาร์

มีการนำรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาฉบับพิมพ์ครั้งแรกซึ่งเป็นเอกสารหายากออกประมูล ในกลุ่มผู้เสนอราคาครั้งนี้มีกลุ่มผู้สนับสนุนสกุลเงินดิจิทัลรวมเงินกันเพื่อร่วมประมูลด้วย แต่ไม่สามารถชนะการประมูลได้ สุดท้าย เอกสารก็มีผู้ซื้อรายอื่นประมูลได้ในราคา 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,337 ล้านบาท)

ไม่มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ชนะการประมูล ขณะเดียวกันก็ไม่อาจหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ว่าทำไมกลุ่มสกุลเงินดิจิทัลที่เรียกตัวเองว่า “ConstitutionDAO” ถึงพ่ายแพ้การเสนอราคา ทั้งที่ข้อมูลในหน้าระดมทุนของพวกเขาระบุว่า สามารถรวบรวมเงินได้มากกว่า 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,531 ล้านบาท) ต่อมา กลุ่ม ConstitutionDAO โพสต์บนทวิตเตอร์เพื่อแจ้งว่าทางกลุ่มแพ้การประมูล และสัญญาว่าจะคืนเงินให้ผู้มีส่วนร่วม 17,437 ราย หลังจากหักค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม

รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาฉบับพิมพ์ครั้งแรกอย่างเป็นทางการนับว่าเป็นของหายาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเอกสารที่ได้รับการรับรองโดยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกาในฟิลาเดลเฟียในปี พ.ศ. 2330 ซึ่งได้รับการประเมินโดยสถาบันโซธบี้ส์ว่ามีมูลค่าราว 15-20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (489-652 ล้านบาท)

ก่อนหน้านี้ มีผู้นำรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวออกขายในราคา 165,000 ดอลลาร์สหรัฐ (5.37ล้านบาท) ในปี 2531 โดยเอส. โฮเวิร์ด โกลด์แมน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์กและนักสะสมลายเซ็น เอกสารและต้นฉบับหายากของอเมริกาผู้ล่วงลับ เป็นคนซื้อไว้

โซธบี้ส์ แจงว่า รายได้จากการขายจะมอบให้มูลนิธิการกุศลในนามของภรรยาของเขา โดโรธี แทปเปอร์ โกลด์แมน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจแนวคิดประชาธิปไตยมากขึ้น

เว็บไซต์ ConstitutionDAO ระบุว่าผู้มีส่วนร่วมในการประมูลครั้งนี้จะกลายเป็นสมาชิกขององค์กรระดมทุนอิสระ (Decentralized Autonomous Organisation หรือ DAO) แต่จะไม่ได้มีส่วนได้เสียในเอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ DAO เป็นชุมชนออนไลน์ประเภทหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อให้สมาชิกสามารถเสนอแนะและลงคะแนนในการตัดสินใจว่าองค์กรควรจะดำเนินการอย่างไร

ตามข้อมูลของเว็บไซต์ระดมทุน Juicebox โครงการนี้มีผู้ร่วมลงขันจ่ายเงินคริปโต 11,600 หน่วยซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเอกสารที่พวกเขาพลาดการประมูลไปนั้น เป็นหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับพิมพ์ครั้งแรกจากจำนวน 11 ฉบับที่ยังหลงเหลืออยู่ และเป็นฉบับเดียวที่ยังคงอยู่ในมือ